posttoday
ครม.ไฟเขียวแก้ พ.ร.บ.ประกันสังคม ขยายอายุ ม.33 ถึง 65 ปี!

ครม.ไฟเขียวแก้ พ.ร.บ.ประกันสังคม ขยายอายุ ม.33 ถึง 65 ปี!

03 พฤศจิกายน 2569

ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับใหม่ เพิ่มสิทธิคลอดบุตร ทุพพลภาพ และสงเคราะห์บุตร พร้อมเปิดทางผู้ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน เลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญ และใช้เงินชราภาพบางส่วนก่อนเกษียณได้ตามเงื่อนไข

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อปรับปรุงกฎหมายประกันสังคม พ.ศ. 2533 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์แรงงานและโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทย พร้อมขยายความคุ้มครองและเพิ่มทางเลือกด้านสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตน

 

สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือการขยายอายุขั้นสูงของลูกจ้างที่สามารถเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จากเดิมไม่เกิน 60 ปี เป็นไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ เพื่อรองรับแรงงานสูงอายุที่ยังคงทำงานอยู่ในระบบจ้างงาน

 

 

 

เปิดทางเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญ แม้ส่งสมทบครบ 180 เดือน

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือการปรับหลักเกณฑ์สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน หรือ 15 ปี สามารถเลือกรับเงินชราภาพในรูปแบบ บำเหน็จ ซึ่งเป็นเงินก้อน หรือบำนาญ ซึ่งเป็นเงินรายเดือน ได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

 

ต่างจากหลักเกณฑ์ปัจจุบันที่ผู้ประกันตนซึ่งส่งเงินสมทบครบ 180 เดือนและมีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไข จะได้รับบำนาญชราภาพเป็นหลัก โดยไม่สามารถเลือกเปลี่ยนเป็นเงินบำเหน็จก้อนเดียวได้ตามความสมัครใจ

 

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังเปิดทางให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วนก่อนอายุ 55 ปี ในกรณีประสบภัยพิบัติร้ายแรงที่กระทบต่อความเป็นอยู่ หรือใช้เงินชราภาพบางส่วนเป็นหลักประกันเงินกู้กับสถาบันการเงินที่ทำข้อตกลงกับสำนักงานประกันสังคม

 

โดยกำหนดวงเงินไม่เกิน 30% ของเงินชราภาพ และไม่เกิน 2 เท่าของฐานค่าจ้างขั้นสูง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่จะกำหนดเพิ่มเติม

 

 

เพิ่มสิทธิคลอดบุตร-ทุพพลภาพ ขยายสงเคราะห์บุตรหลังออกจากงาน

ร่างกฎหมายยังปรับปรุงสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกันตนในหลายด้าน ได้แก่

  • ขยายสิทธิเงินสงเคราะห์บุตร ให้ผู้ประกันตนสามารถรับเงินสงเคราะห์บุตรต่อเนื่องได้อีก 6 เดือน หลังสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนจากการออกจากงาน
  • เพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร ให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ปรับปรุงใหม่
  • เพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพที่ไม่ได้เกิดจากการทำงาน จากเดิม 50% เป็นไม่เกิน 70% ของค่าจ้างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

 

รับบำนาญแล้ว ยังสมัครประกันสังคมต่อได้

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือการเปิดโอกาสให้ผู้รับบำนาญชราภาพที่ออกจากงานแล้ว แต่ยังต้องการความคุ้มครองจากระบบประกันสังคม สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนต่อได้ โดยได้รับความคุ้มครอง 3 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต

โดยสำหรับอัตราเงินสมทบ กำหนดให้รัฐบาลร่วมจ่าย 1 ส่วน และผู้ประกันตนจ่าย 2 ส่วน เพื่อให้ผู้รับบำนาญยังสามารถเข้าถึงความคุ้มครองด้านสุขภาพและหลักประกันทางสังคมได้ต่อเนื่องภายหลังออกจากงาน

 

 

ปรับโทษนายจ้างจากอาญาเป็นปรับทางพินัย

ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายยังปรับปรุงบทกำหนดโทษสำหรับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดบางประการ เช่น การไม่ยื่นแบบรายการภายในระยะเวลาที่กำหนด จากเดิมที่มีโทษทางอาญาเป็นการปรับทางพินัย เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565

 

ทั้งนี้ ครม. ได้รับทราบแผนจัดทำกฎหมายลำดับรองรวม 18 ฉบับ ซึ่งกำหนดให้ดำเนินการภายใน 60 วันนับจากวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้

 

สำหรับขั้นตอนต่อไป ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับดังกล่าวจะถูกส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาต่อไป  

ข่าวล่าสุด

ซีพี บ่มเพาะผู้นำรุ่นใหม่จากเยาวชนทุน 300 คน ถ่ายทอดแนวคิด “6+6” เสริมทักษะรับโลกเปลี่ยน พร้อมสร้างประโยชน์ให้สังคม

ซีพี บ่มเพาะผู้นำรุ่นใหม่จากเยาวชนทุน 300 คน ถ่ายทอดแนวคิด “6+6” เสริมทักษะรับโลกเปลี่ยน พร้อมสร้างประโยชน์ให้สังคม