posttoday
สมาคมภัตตาคาร จี้รัฐบาลทวนเกณฑ์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ครอบคลุมร้านอาหารเล็ก

สมาคมภัตตาคาร จี้รัฐบาลทวนเกณฑ์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ครอบคลุมร้านอาหารเล็ก

19 กันยายน 2569

สมาคมภัตตาคารไทยทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้พิจารณาขยายสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ให้ครอบคลุมร้านอาหารขนาดเล็กและ SME ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย  กล่าวว่า สมาคมภัตตาคารไทย ได้ทำหนังสือถึง นายกอนุทินฯ ขยายสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” (คนละครึ่ง พลัส) ให้ครอบคลุมร้านอาหารขนาดเล็กและ SME ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

 

ชี้การใช้สถานะ VAT เป็นเงื่อนไขตัดสิทธิเดี่ยวๆ ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่เข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้องเสียโอกาส พร้อมเสนอให้ใช้เกณฑ์รายได้ต่อปี จำนวนการจ้างงาน หรือขนาดกิจการมาประกอบการพิจารณาแทน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง

 

ทั้งนี้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ( คนละครึ่ง พลัส) ซึ่งมีกำหนดดำเนินการในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 ว่า โครงการดังกล่าวเป็นมาตรการสำคัญในการเพิ่มกำลังซื้อและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจร้านอาหารที่ยังคงเผชิญกับภาวะต้นทุนการดำเนินงานในระดับสูงและกำลังซื้อของประชาชนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

 

 

อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ระบุว่าปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กจำนวนหนึ่งมีรายได้เกินเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี จึงมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย แม้ในทางธุรกิจจะยังคงมีลักษณะเป็นกิจการขนาดเล็ก มีจำนวนพนักงานจำกัด และต้องรับภาระต้นทุนรอบด้าน ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค ภาษี และเงินสมทบประกันสังคม ทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวไม่ได้มีศักยภาพทางเศรษฐกิจเทียบเท่ากับธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดใหญ่

 

การกำหนดสิทธิโดยพิจารณาจากสถานะการจดทะเบียน VAT เพียงประการเดียว อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเล็กที่ปฏิบัติตามกฎหมายและเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง ไม่สามารถเข้าถึงมาตรการสนับสนุนของภาครัฐได้อย่างเหมาะสม ซึ่งในทางนโยบาย ภาครัฐควรสร้างแรงจูงใจและหลักประกันว่าการปฏิบัติตามกฎหมายจะไม่ทำให้ผู้ประกอบการเสียเปรียบในการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือ

 

 

สมาคมภัตตาคารไทยจึงได้เสนอแนวทางต่อรัฐบาล 4 ข้อ ประกอบด้วย

 

1. เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สามารถเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย คนละครึ่ง พลัส” ได้ หากยังมีคุณสมบัติอยู่ในเกณฑ์กิจการขนาดเล็กหรือ Micro SME ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด

 

2. พิจารณากำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิโดยใช้รายได้ต่อปี ขนาดกิจการ จำนวนการจ้างงาน หรือเกณฑ์ทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง เป็นองค์ประกอบในการพิจารณา แทนการใช้สถานะการจดทะเบียน VAT เป็นเงื่อนไขตัดสิทธิเพียงประการเดียว

 

3. กำหนดเพดานรายได้หรือหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็ก เพื่อให้มาตรการมุ่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีความจำเป็นและสามารถสร้างผลกระตุ้นทางเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง โดยไม่เปิดช่องให้ธุรกิจขนาดใหญ่ได้รับประโยชน์เกินวัตถุประสงค์ของโครงการ

 

4. ใช้โครงการ “ไทยช่วยไทย คนละครึ่ง พลัส” เป็นกลไกส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบภาษีและระบบการจ้างงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำไปสู่การขยายฐานภาษี การยกระดับมาตรฐานการประกอบธุรกิจ และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว

 

ทั้งนี้ สมาคมภัตตาคารไทยย้ำว่าธุรกิจร้านอาหารมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกับภาคการเกษตร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ตลาดสด ผู้ประกอบการขนส่ง แรงงาน ตลอดจนภาคการท่องเที่ยวและบริการ

 

การสนับสนุนกำลังซื้อผ่านร้านอาหารจึงช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนต่อเนื่องไปยังภาคเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง และสร้างผลทางเศรษฐกิจในวงกว้างได้

 

ข่าวล่าสุด

สิทธิบัตรพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกพุ่ง 7.6 แสนฉบับ จีนครองแชมป์ 2.3 แสนฉบับ

สิทธิบัตรพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกพุ่ง 7.6 แสนฉบับ จีนครองแชมป์ 2.3 แสนฉบับ